กลยุทธ์การอยู่รอดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในวันที่ราคาวัตถุดิบไร้เสถียรภาพ
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ กำลังต่อสู้กับปัญหาด้านต้นทุน ที่เกิดจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก การสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์ยุคใหม่ ต้องใช้กลยุทธ์การจัดซื้อที่แม่นยำ ถ้าลองนึกภาพการทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ราคาเหล็กที่เปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ กลายเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดทางธุรกิจ
ผู้ผลิตรถยนต์ต้นแบบหรือ OEM รายละเอียดเพิ่มเติม ในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ตะวันตก ต้องรับศึกหนักจากหลายระลอก จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่คุณภาพสูง บังคับให้บริษัทต้องจัดหาแร่ธาตุ ซึ่งราคาในตลาดโลกเปลี่ยนไปตามสถานการณ์การเมือง
หลายบริษัทเร่งดำเนินนโยบายย้ายฐานการผลิตกลับบ้าน ด้วยความหวังที่จะลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างแดน แต่ความเป็นจริงกลับพิสูจน์ว่านี่คือการแลกปัญหาหนึ่งกับอีกปัญหาหนึ่ง เมื่อความต้องการในประเทศพุ่งสูงแต่อุปทานมีจำกัด
การกระจุกตัวของการจัดซื้อในภูมิภาคเดียว ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายใน เหมือนกับที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า "ความเสี่ยงไม่ได้หายไปเพียงแค่เปลี่ยนรูปร่างเท่านั้น"
ตลาดเหล็กในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาษีนำเข้าตามมาตรา 232 ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ในอเมริกาต้องแบกรับต้นทุนที่แพงกว่าคู่แข่งข้ามชาติ
ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อย่าง Nucor มีแผนจะขยายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์นโยบายการดึงการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ เช่นการย้ายฐานการผลิต Buick Envision ซึ่งต้องใช้เหล็กและอลูมิเนียมปริมาณมหาศาล
การรักษากำไรสุทธิของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ แต่คือการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกมิติ บริษัทที่สามารถสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับซัพพลายเออร์ จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุครถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง
ในบทสรุป การเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ คือพื้นฐานของการทำธุรกิจที่ฉลาด